“ลุงโต ลำนารายณ์ยูไนเต็ด” Parth 3

0
974

“ลุงโต” ทำกิจกรรมในท้องถิ่นลำนารายณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ ก่อนจะมาเป็น “ลำนารายณ์ ยูไนเต็ด” ย้อนไป ประมาณปี 2540 หลังจากที่ภาระหน้าที่การงานและครอบครัวมากขึ้น “ลุงโต” จึงเริ่มลดบทบาทการสอนฟุตบอลให้เยาวชนในลำนารายณ์

แม้ไม่มีเวลา แต่ในใจไม่เคยหยุดนึกถึงเรื่องที่ทำแล้วเกิดประโยชน์เพื่อท้องถิ่นตัวเอง “ลุงโต” จึงได้ปรึกษากับ ร.ต.อ.สุรศักดิ์ นามประเสริฐ (ยศในขณะนั้น ปัจจุบัน ติดยศ พ.ต.อ. รับราชการเป็นรองผู้บังคับการ สภอ.ลำสนธิ) ซึ่งในขณะนั้นรับราชการเป็นสารวัตร อยู่ที่ สภอ.ชัยบาดาล ว่าอยากมีกิจกรรมให้เด็กๆในลำนารายณ์ ได้ทำยามปิดภาคเรียน คิดได้ดั่งนั้นจึงเกิดโครงการ “แข่งขันฟุตบอล ภาคฤดูร้อน” เมื่อเพื่อนฝูงที่อยู่ใน “ชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์” รู้ข่าวจึงได้นำเรื่องเสนอ “คุณมังกร ขจรเงิน” (โรงสีไทยประดิษฐ์) “ประธานชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์” ในขณะนั้น

ก่อนจะเกิดเป็นการแข่งขัน “ฟุตบอลชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์คัพ ครั้งที่ 1” ขึ้น ณ.สนามโรงเรียนบ้านลำนารายณ์ (โรงเรียนอนุบาลลำนารายณ์ในปัจจุบัน) โดย “ลุงโต” , “ร.ต.อ.สุรศักดิ์” และ “ชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์” ร่วมกันออกค่าใช้จ่าย ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีทีมเข้าแข่งขันร่วมร้อยทีม มีการสลับสับเปลี่ยนสนามแข่งขันไปที่ “โรงเรียนท่ามะนาว” บ้างในบางปี หลังจากนั้น “ฟุตบอลชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์คัพ” ก็จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (จัดถึงครั้งที่ 14) นอกจากเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลแล้ว “ลุงโต” ยังริเริ่มจัดตั้งโครงการ “ฝึกฟุตบอล ภาคฤดูร้อน”

โดยครั้งแรกโครงการนี้ ใช้ชื่อของ “ชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์” ในการดำเนินงาน จัดขึ้นในปี พ.ศ.2542 ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลำนารายณ์ “ลุงโต” ได้ดึงเอาเพื่อนเก่า อดีตนักฟุตบอลทีมชาติ อย่าง “ธนิศร์ อารีย์สง่ากุล” มาเป็นวิทยากร และ ได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรมจาก “มูลนิธิเอกชัย นพจินดา” (มูลนิธิ ย.โย่ง) ซึ่งมี “คุณวีรศักดิ์ นิลกลัด” (เอ็ดดี้ คอลัมนิสต์ , ผุ้ประกาศข่าว) เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ รวมถึง “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ที่ร่วมสนับสนุน จึงทำให้โครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้

จากนั้นปีต่อมา เมื่อ “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณกุล” ได้กลับมารับช่วงธุรกิจต่อจากครอบครัวที่ลำนารายณ์ “ลุงโต” จึงดึงมาช่วยทำโครงการฝึกสอนฟุตบอล ภาคฤดูร้อน โดย “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณกุล” ได้ใช้ความสัมพันธ์จากที่เคยเป็นโค้ชทำทีมฟุตบอล “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” เชิญอดีตศิษย์เก่า สต๊าฟโค้ช ม.เกษตรศาสตร์ และนักฟุตบอลทีมชาติไทยในยุคนั้น อย่าง “ทนงศักดิ์ ปะจักกะตา” และ “กิตติศักดิ์ ระวังป่า” (ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย) มาร่วมเป็นวิทยากร ต่อมาโครงการนี้ถูกสานต่อ โดย “ชมรมคนหนุ่มลำนารายณ์” และ “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” ตามลำดับ (ปัจจุบันโครงการนี้ไม่ได้จัดขึ้นแล้ว)

ในปี พ.ศ.2547 มีการแข่งขันฟุตบอล ” ไทคัพ” โดย “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” ได้ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน โดยการคุมทีมของ “ชวลิต สายน้ำ” (อดีตนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย) สามารถผ่านรอบคัดเลือกระดับจังหวัด เป็นตัวแทนจังหวัดลพบุรี เข้าแข่งขันในระดับภาค ระหว่างที่เตรียมทีมแข่งขันในระดับภาค “ชวลิต สายน้ำ” ได้ขอถอนตัวออกจากการทำทีม เป็นเหตุให้คณะผู้บริหารเทศบาลที่กำกับดูแลส่วนนี้ในขณะนั้น มี “อำนาจ ชาญวิทยพันธ์” (ร้านสหะชัยค้าไม้ หรือ โฮมมาร์ทในปัจจุบัน) “รองนายกฯเทศบาล ต.ลำนารายณ์” และ “ไพโรจน์ รุจิกาญจนรัตน์” (โรงน้ำแข็งนารายณ์พาณิชย์) “เลขานายกฯเทศบาล ต.ลำนารายณ์” รีบติดต่อทาบทาม “ลุงโต” เข้ามารับช่วงทำทีมเพื่อให้การเตรียมทีมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จากความสัมพันธ์อันดีกับทั้ง 2 คน และเพื่อผลประโยชน์แก่นักฟุตบอลในท้องถิ่น ต.ลำนารายณ์ “ลุงโต” จึงตัดสินใจเข้ามาทำทีมฟุตบอล “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” สู้ศึกการแข่งขัน “ไทคัพ” ระดับภาคในปีนั้นทันที

เมื่อ “ลุงโต” ต้องรับบทบาท “ผู้จัดการทีม” ก็ได้มอบหมายให้ “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณกุล” เข้ามาเป็นสต๊าฟโค้ช นอกจากทั้งสองคนจะลงมือ ลงแรงทำทีม “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ ยังควักกระเป๋าสมทบทุนในการทำทีมเป็นจำนวนเงินหลักแสนบาท เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับมาค่อนข้างจะจำกัด ทั้ง “ลุงโต” และ “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณ” มุ่งมั่นทำทีมเพื่อเป้าหมายสำคัญ และ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทีม “ลุงโต” จึงอาศัยความสัมพันธ์อันดี สมัยเป็นนักฟุตบอลสโมสร “การท่าเรือ” พาทีมฟุตบอล “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” ไปอุ่นเครื่อง กับ ทีมฟุตบอลระดับแชมป์ไทยลีก “สโมสรฟุตบอล โรงงานยาสูบ” และ อดีตแชมป์ฟุตบอลไทคัพ ประเทศไทย “ทีม อบต.สะเดียง” จ.เพชรบูรณ์ จนในที่สุดทีม “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” สามารถผ่านเข้าถึงรอบตัดเชือก การแข่งขันระดับภาคกลาง

ถึงแม้จะไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ ตัวแทนภาคกลาง “ลุงโต” ก็ไม่ได้ย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นทำทีมในปีต่อไป ระหว่างช่วงรอยต่อของฟุตบอลไทคัพในปีนั้น ทาง อบจ.ลพบุรี ก็จัดการแข่งขัน “ฟุตบอล อบจ.ลพบุรี คัพ” โดยเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานปกครองในท้องถิ่น จ.ลพบุรี ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อชิงเงินรางวัล ” 1 ล้านบาท” นำไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง มีทีมเข้าแข่งขันกว่า 70 ทีม ด้วยจังหวะที่เป็นใจ การเตรียมทีมต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี ทำให้ “ลุงโต” และ “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณกุล” นำทีมคว้าแชมป์ และเงินรางวัล ” 1 ล้านบาท” กลับมาให้ “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” นำเงินรางวัลดังกล่าวไปใช้พัฒนาท้องถิ่น

หลังจากได้แชมป์ “ฟุตบอล อบจ.ลพบุรี คัพ” “ลุงโต” ก็ได้นำทีม “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” สู้ศึก “ไทคัพ” อีกครั้งในปีต่อมา สามารถผ่านเข้ารอบเป็นตัวแทนระดับจังหวัด น่าเสียดายสุดท้ายตกรอบตัดเชือก “คัดตัวแทนระดับภาค” เหมือนดังเช่นปีที่แล้ว

ก่อนที่ “ลุงโต” และ “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรณกุล” จะวางมือจากการทำทีม ปล่อยให้น้องๆ นักฟุตบอลในลำนารายณ์ท่านอื่นได้มีโอกาสแสดงความสามารถต่อ แม้ว่าจะในการแข่งขันฟุตบอล “ไทคัพ” ทั้ง 2 ปีจะไม่สามารถคว้าแชมป์ระดับภาคได้ แต่สิ่งที่ “ลุงโต” ลงมือทำก็ไม่สูญเปล่า เพราะสามารถปลุกปั้น “วุฒิชัย มณีรุ้ง” ซึ่งต่อมาเป็นกำลังสำคัญให้ทีม “เทศบาล ต.ลำนารายณ์” สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันฟุตบอล “ไทคัพ” ปีต่อๆ มา

ชีวิตของ “ลุงโต” หลังจากคร่ำหวอด กับวงการฟุตบอล ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค มาตลอดชีวิต ด้วยการที่เป็นคนมีน้ำใจ ตรงไปตรงมา รักเพื่อนพ้อง จึงทำให้มีเพื่อนฝูงมากมายในวงการฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น อดีตนักฟุตบอล เพื่อนร่วมทีม หรือคู่แข่งต่างสโมสร รวมไปถึงเพื่อนๆ ในวงการสื่อมวลชน อย่าง “บิ๊กจ้ะ” “สาธิต กรีกุล” (ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 , คอลัมนิสต์) , “แจ็คกี้” “อดิศร พึ่งยา” (ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 , คอลัมนิสต์) “คุณเฉียบ” “โอฬาร เชื้อบาง” (ผู้บริหารระดับสูง บ.ในเครือสยามกีฬา , คอลัมนิสต์) ซึ่งทุกๆคน มีส่วนเป็นแรงผลักดัน สนับสนุน ให้เส้นทางชีวิตในโลกลูกหนังของ “ลุงโต” ก้าวเดินไปอย่างมีสีสรร และมีคุณค่า

ทุกวันนี้ แม้อายุจะย่างเข้าใกล้วัยเกษียณ นอกจากรวมเพื่อนพ้องน้องพี่ หลากวัย หลายอาชีพ ที่รักในกีฬาฟุตบอล ตั้งสโมสร “Friendship Of Thailand” ออกตะเวนเตะฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ พบปะเพื่อนฝูงในอดีต รวมถึงสร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ ทั้งในและต่างประเทศอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งที่ยังค้างอยู่ในใจ ไฟในตัวที่ยังคุกรุ่น ยังคงมีความฝัน และความหวังว่า สักวัน “ลำนารายณ์” บ้านเกิดเมืองนอน จะมี “สโมสรฟุตบอลอาชีพ” เกิดขึ้น

ติดตามตอนต่อไป ประวัติอีกหนึ่งผู้ก่อตั้ง “ลำนารายณ์ ยูไนเต็ด” “สัมฤทธิ์ สิทธิสุวรรรกุล”

ทิ้งคำตอบไว้